4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อยบนเกาะซาโดะ จ.นีงาตะ!

4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย

4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย

4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย 4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย

เกาะซาโดะ ถือเป็นเกาะย่อยที่ใหญ่ที่สุดเกาะหนึ่งของญี่ปุ่น ซึ่งถ้าพูดถึงเกาะซาโดะหลายคนคงนึกถึงข้าว เพราะเกาะนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดนีงาตะที่มีชื่อเสียงเรื่องข้าวที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่นนั่นเอง! นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกาะนี้มีอาหารทะเลหรือผักและผลไม้ที่สดอร่อยอยู่เสมอ ถ้าคุณมีโอกาสไปเที่ยวนีงาตะและเยี่ยมเกาะซาโดะล่ะก็ นี่คือ 4 ร้านอาหารแหล่งขุมทรัพย์ของอร่อยที่ห้ามพลาด!4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย

1. Ishihara Sushi (いしはら寿し)

 

ร้าน Ishihara Sushi เป็นร้านซูชิบรรยากาศสบายๆ ที่มีมากว่า 50 ปีซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือเรียวสึ (Ryotsu) ที่มีตลาดปลา แต่นอกจากโลเคชั่นที่ใกล้ตลาดปลาแล้ว อีกเคล็ดลับเบื้องหลังเนื้อปลาสดอร่อยในร้านคือการที่เจ้าของร้านมีเครือญาติเป็นบริษัทประมงส่วนใหญ่บนเกาะซาโดะ ทำให้ร้านนี้มีปลาตัวใหญ่สดอร่อยในแบบที่หาไม่ได้ในร้านอื่น ไม่เพียงเท่านั้น เมนูอาหารกลางวันอย่างซูชิต้นตำรับก็มีราคาเริ่มต้นที่ 990 เยนเท่านั้น ความอร่อยในราคาที่เอื้อมถึงนี่เองที่ทำให้ที่นี่มีลูกค้าประจำหลายคน4 ร้านอาหารขุมทรัพย์ของอร่อย

เมนูแนะนำ: Omakase Nigiri และสลัดตับปลาคาวาฮากิ

 

“Omakase Nigiri” (おまかせにぎり) เป็นเมนูรวมซูชิหน้าปลาดิบ กุ้ง และเนื้อสัตว์ทะเลอื่นๆ ตามฤดูกาลของเกาะซาโดะ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะสั่งเป็นเซ็ต 10 ชิ้น โดยเราสามารถเลือกหน้าซูชิตามที่ตัวเองต้องการได้เลย รสอุมามิของเนื้อปลาและกุ้งที่ผ่านการปล่อยทิ้งไว้ให้อิ่มตัวนั้น จะตัดกับรสเปรี้ยวหวานของข้าวซูชิสูตรเฉพาะของร้านได้อย่างลงตัว เป็นเมนูที่ทุกคนต้องลองอย่างแท้จริง

อีกเมนูที่สายดื่มจะชอบกันคือ “สลัดตับปลาคาวาฮากิ” (カワハギの肝あえ) ซึ่งเป็นเมนูที่นำเนื้อกับตับของปลาคาวาฮากิ (カワハギ, ปลาหน้าวัว) มาคลุกเคล้ากับสาหร่ายและวาซาบิให้เข้ากัน โดยสลัดตับปลาคาวาฮากิเป็นอาหารที่หาชิมได้เฉพาะในร้านอาหารหรูเท่านั้น ถือเป็นเมนูที่จับคู่กับสาเกได้ดีเยี่ยมชนิดที่ถ้าชิมแล้วจะหยุดไม่อยู่เลยทีเดียว

Ishihara Sushi (いしはら寿し)
ที่ตั้ง: 192-2 Ryotsuebisu, Sado, Niigata
เบอร์โทร: 0259-27-2658
เวลาทำการ: 11:00-14:00 น.,17:00-23:00 น.
ร้านหยุดทุกวันอังคาร

2. Shikisaikappou Den (しきさいかっぽう でん)

Shikisaikappou Den เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูที่ปรุงจากวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างพิถีพิถัน โดยเจ้าของร้านที่มีพื้นเพเป็นคนเกาะซาโดะนั้น ได้นำทักษะที่ได้จากการทำงานในร้านโซบะ ร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารอิตาเลี่ยนในโตเกียวมาใช้ในการปรุง จุดเด่นสำคัญของร้านคือการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล ทำให้เมนูอาหารของร้านจะเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงของปี ดังนั้นมาที่นี่แต่ละครั้ง เราจะได้อร่อยกับอาหารที่ไม่ซ้ำกันเลย!

เมนูแนะนำ: ซาชิมิ, ชีสนมซาโดะและสลัดลูกพลับแห้ง

 

เมนูยอดฮิตของร้านต้องยกให้ซาชิมิที่รวมเนื้อปลากว่า 10 ชนิดที่ดีที่สุดในแต่ละฤดูกาลของเกาะซาโดะมาไว้ในจานเดียว ทำให้ซาชิมิจานนี้เป็นจานที่ให้คุณสัมผัสถึงความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลในซาโดะได้ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่า นอกจากรสชาติของเนื้อปลาแล้ว คนส่วนใหญ่ที่สั่งเมนูนี้ต้องประทับใจในภาชนะจานเพ้นท์ลายสะดุดตาที่ช่วยสร้างสีสันให้กับมื้ออาหารด้วย

นอกจากเมนูซาชิมิแล้ว เมนูแนะนำของทางร้านที่พลาดไม่ได้เลยก็คือชีสนมซาโดะกับสลัดลูกพลับแห้ง เมนูนี้ใช้ลูกพลับตากแห้งและชีสเป็นส่วนผสมหลัก โดยละลายและผสมมอสซาเรลล่าชีสและครีมชีสเข้าด้วยกันเพื่อให้เข้ากับความหวานของลูกพลับแห้งโฮมเมดของทางร้านที่เข้มข้น

 

Shikisaikappou Den (しきさいかっぽう でん)
ที่ตั้ง: 126-5 Hatano, Sado, Niigata
เบอร์โทร: 0259-67-7161
เวลาทำการ: 17:00-22:30 น. (21:30 น.)
มื้อกลางวันเฉพาะวันธรรมดา: 11: 30-13: 30
ร้านหยุดทุกวันอาทิตย์

3. Obata Sake Brewery (尾畑酒造)

ในบรรดาโรงหมักสาเกทั้ง 5 แห่งของเกาะซาโดะนั้น โรงหมักสาเกโอบาตะเป็นแหล่งผลิตสุราที่มีชื่อเสียงระดับโลก และส่งสาเกไว้บริการบนเครื่องบินชั้นหนึ่งของสายการบิน Air France อีกด้วย นอกจากผลงานเหล่านี้แล้ว โรงหมักสาเกโอบาตะยังคงพัฒนาการผลิตสาเกแบบใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น เช่น การผลิตสาเกที่จับคู่กับปลาและผักของซาโดะ และการใช้ข้าวที่ปลูกในนาขั้นบันไดโชริวของหมู่บ้านอิวาคุบิในเมืองซาโดะมาใช้ทำสาเก เป็นต้น โดยสาเกของโรงหมักแห่งนี้ใช้พลังธรรมชาติจากโซลาร์เซลล์ในการผลิต

แต่นอกจากตัวโรงหมักแล้ว สถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์กของโรงหมักสาเกโอบาตะคือโกดังโรงเรียนโอบาตะบนเนินเขานิชิมิคาวะ (Nishimikawa) ที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นโรงหมักสาเกแทน โดยโกดังโรงเรียนนี้เดิมเป็นโรงเรียนประถมที่ปิดกิจการแล้ว ด้วยทำเลที่มองเห็นอ่าวมาโนะ (Mano) ได้ ทำให้โรงเรียนเคยเป็น “โรงเรียนประถมที่มีพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น”

สำหรับใครที่อยากลองทำสาเกดูสักครั้ง ที่นี่มี “คอร์สทำสาเก” ที่ให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้เรื่องราวของสาเกและสัมผัสกับบรรยากาศของชุมชนเกาะซาโดะตลอด 1 สัปดาห์ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น ที่นี่ก็มี “คอร์สชิมสาเก”  ให้เราได้ลองชิมสาเกหลายชนิดเพื่อสัมผัสกับรสชาติที่แตกต่าง โดยคอร์สนี้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

 

โรงหมักสาเกโอบาตะ (Obata Sake Brewery)
ที่ตั้ง: 449 Manoshinmachi, Sado, Niigata
เบอร์โทร: 0259-55-3171
เวลาทำการ: 9:00-16: 00
ร้านเปิดทุกวัน

โกดังโรงเรียนโอบาตะ (Gakkogura Obata Shuzo)
ที่ตั้ง: 1871 Nishimikawa, Sado, Niigata

4. Soba Mozemu (そば もぜむ)

 

Soba Mozemu เป็นร้านที่ให้คนรักเส้นได้อร่อยกับโซบะไคเซกิ (Soba kaiseki) (ไคเซกิ: ชุดอาหารคอร์สสไตล์ญี่ปุ่น) ในบรรยากาศบ้านชนบทแสนอบอุ่น เพียงแค่คุณเปิดประตูร้านเข้าไป ก็จะได้กลิ่นหอมของน้ำซุปและดอกไม้ป่าโชยออกมาต้อนรับที่หน้าประตูกันเลยทีเดียว

คุณคาซึโอะ ไซโตะ (Kazuo Saito) ผู้เป็นเจ้าของร้านนั้นมีประสบการณ์ทำงานในร้านโซบะที่โตเกียว รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น และร้านอาหารอิตาเลียนที่อยู่ในย่านโอคุซาวะ (Okusawa) และ ย่านอาซาบุจูบัน (Azabujuban) ในโตเกียวเป็นต้น โดยเขาได้นักประสบการณ์ที่สั่งสมทั้งหมดมาเปิดร้านที่บ้านเกิดบนเกาะซาโดะเแห่งนี้ โดยเขาได้ทดลองอาหารแนวใหม่ที่อิงมาจากปลาและผักตามฤดูกาลที่มีเฉพาะบนเกาะซาโดะ จนออกมาเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนใคร เช่น การเน้นใช้ดอกหญ้าและลูกไม้ที่เติบโตตามธรรมชาติบนภูเขาเป็นส่วนประกอบเป็นต้น

 

เมนูแนะนำ: ปลากะพงแดงนึ่งและริซอตโต้เมล็ดบักวีต, มูสแยมบลูเบอร์รี่ญี่ปุ่น

เมนูปลากะพงแดงนึ่งและริซอตโต้เมล็ดบักวีตเป็นเมนูที่จับคู่ปลากะพงแดงที่นึ่งสาเกน้ำส้มสายชูหมักผลอะเคบิ (Chocolate vine) กับริซอตโต้บักวีตที่ปรุงด้วยพริกไทยเนปาลซึ่งเข้าได้กันอย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยผักใบเขียวรสขมอ่อนๆ ที่ทำให้รสชาติเข้มข้นมากขึ้น

 

หลังจากกินของคาวกันแล้วก็ต้องกินของหวานตบท้ายกันสักหน่อย มูสแยมบลูเบอร์รี่ญี่ปุ่นนี้จับคู่มูสที่ทำจากน้ำตาลทรายแดงของเกาะอิเอะ จังหวัดโอกินาว่า ที่ขึ้นชื่อในฐานะแหล่งผลิตน้ำตาลทรายแดงอันดับต้นๆ ของประเทศ กวนกับเหล้ารัมให้เข้าที่และโปะหน้าด้วยแยมบลูเบอร์รี่ญี่ปุ่น (Natsuhaze)  สูตรโฮมเมดของร้าน เป็นของหวานที่ใครไม่ได้ลองคือพลาด

Soba Mozemu (そば もぜむ)
ที่ตั้ง: 163-1 Niibotanosawa, Sado,Niigata
เบอร์โทร: 0259-67-7972
เวลาทำการ: 11: 30-14: 00, 17: 00-22: 00
ร้านหยุดทุกวันอาทิตย์
*โซบะไคเซกิเป็นเมนูที่ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น


และทั้งหมดนี้คือ 4 ร้านอาหารที่ห้ามพลาดบนเกาะซาโดะ ถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดนีงาตะ ลองแวะมาชิมของดีหายาก พร้อมลองกิจกรรมสนุกๆ บนเกาะซาโดะกันดูนะคะ รับรองว่าถ้าได้มาเที่ยวสักครั้ง จะติดใจจนอยากกลับมาอีกกันแน่นอน  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์ “เที่ยวทิพย์สุดฟิน สนุกสุดเฟี้ยว in โทโฮคุ” EP.2 จ.อาคิตะ จ.มิยางิ และเมืองเซ็นได

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์
รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์

มาต่อกันที่ตอนที่ 2 กับไฮไลต์เด็ดในไลฟ์ “เที่ยวทิพย์สุดฟิน สนุกสุดเฟี้ยว in โทโฮคุ” ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกที่เราพาไปเที่ยวจังหวัดอาโอโมริและจังหวัดอิวาเตะ สามารถจิ้มที่ > EP.1 จ.อาโอโมริ และ จ.อิวาเตะ

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์

 

วันนี้เราจะพากันไปทัวร์กันอีก 3 ที่ ได้แก่ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดมิยางิ และเมืองเซ็นได พร้อมกับพิธีกรสาวสวยอย่าง “บีมเซนเซ” (จากเพจ BeamSensei) และ “ปุยเมฆ” (นภสร วีระยุทธวิไล) และพิธีกรหนุ่มหล่อ “บุญจัง” (ต้มยำวาซาบิ) ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

รวม Highlight เด็ดจากไลฟ์

เที่ยวจังหวัดอาคิตะไปกับ “มะม่วง” จากเพจ ญี่ปุ่นมั้ย? い〜ぷんまい?

จังหวัดแรกที่เราจะมาปักธงกันก็คือ จังหวัดอาคิตะ!! โดยครั้งนี้เราได้คุณ “มะม่วง” จากเพจ ญี่ปุ่นมั้ย? い〜ぷんまい?) หนุ่มญี่ปุ่นที่รักในประเทศไทยมาเป็นไกด์พาเที่ยวค่ะ

Akita Nairiku Jukan Tetsudo หรือ รถไฟอาคิตะไนริคุ


ที่แรกที่คุณมะม่วงพาพวกเราไปคือ “Akita Nairiku Jukan Tetsudo หรือ รถไฟอาคิตะไนริคุ” ซึ่งมีชื่อเล่นน่ารักๆ ว่า “Smile Rail” ตั้งอยู่ที่สถานี Kakunodate

หากใครอยากเที่ยวทั่วจังหวัดอาคิตะสามารถซื้อตั๋วรถไฟแบบ One day pass : Akita Nairiku Line Holiday Open Pass ในราคาเพียง 2,000 เยนเท่านั้น! สามารถขึ้นลงรถไฟกี่ครั้งก็ได้ในหนึ่งวัน รถไฟขบวนนี้ถูกเรียกว่าเป็นรถไฟแบบ One man (ワンマン) เพราะว่ามีเพียงคนขับรถไฟคนเดียว! ในการขึ้นรถไฟเราสามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มขึ้นรถไฟก็มีปุ่มให้กดเปิดประตูเอง และพอเข้าไปก็กดรับตั๋วที่เครื่องเพื่อจะได้รู้ว่าเราขึ้นมาจากสถานีไหน เรียกได้ว่าสะดวกมากๆ

บนรถไฟยังมีกิมมิคน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอาคิตะด้วย เช่น การตกแต่งโบกี้ด้วยรูป “สุนัขอาคิตะ” เต็มโบกี้ ดังนั้นทาสหมาถ้ามาที่นี่คือชื่นฉ่ำหัวใจแน่ๆ ค่ะ ซึ่งเจ้าหมาพันธุ์อาคิตะก็คือสายพันธุ์ของน้องหมา “ฮาจิโกะ” ที่มีรูปปั้นตั้งอยู่ที่ชิบูย่านั่นเอง


ยังไม่พอ เบาะนั่งบนรถไฟยังเป็นรูปหมาอาคิตะด้วย! แต่ลายเบาะจะมี “เจ้าหมีควาย” แฝงตัวอยู่ด้วยนะ ใครมีโอกาสได้ไปก็อย่าลืมลองไปหาน้า

นอกจากนี้ระหว่างนั่งบนรถไฟก็ยังมีของกินอร่อยๆ ให้รับประทาน อย่างน้ำแอปเปิ้ลและมันจูไส้ชีสที่เป็นรูปหน้ายิ้มด้วย ทั้งน่ารักและดูน่ากินสุดๆ

ในระหว่างเส้นทางรถไฟจะมี “อุโมงค์จูนิดัน” (十二段) ซึ่งทอดตัวเป็นเส้นตรงตลอดทางยาวถึง 5,697 เมตร ซึ่งจะมีช่วงจังหวะที่เราสามารถมองเห็นปากทางเข้าและทางออกของอุโมงค์ได้พร้อมกัน คนญี่ปุ่นเชื่อว่าหากเราอธิษฐานตอนนั้น คำขอของเราจะเป็นจริง

ของอร่อยชวนน้ำลายไหลของจังหวัดอาคิตะ

ทัมโปะ (たんぽ) และ คิริทัมโปะนาเบะ (きりたんぽ鍋)


ที่ถัดมาที่คุณมะม่วงพามาเที่ยวคือ “Roadside Station Kazuno Antler” (道の駅かづの「あんとらあ」) เป็นจุดพักรถริมทางซึ่งสามารถหาซื้อของฝาก ทานอาหาร หรือขี่จักรยานที่นี่ก็ได้ คุณมะม่วงได้พาเรามาทำเมนูพื้นเมืองของอาคิตะคือ ทัมโปะ (たんぽ) ซึ่งเป็นการนำข้าวมาปั้นขึ้นทรงบนไม้ จากนั้นค่อยๆ ย่างไปเรื่อยๆ ทีละด้าน แล้วทามิโซะเคลือบ เมื่อทานเราจะได้รสหวานจากมิโซะและสัมผัสกรอบๆ จากข้าวที่เราย่าง ได้ทำเองกินเองแบบนี้ ทั้งภูมิใจและอิ่มท้องสองเด้งไปเลย

นอกจากนี้ยังมีเมนู คิริทัมโปะนาเบะ (きりたんぽ鍋) เป็นนาเบะที่ใส่ทัมโปะที่ตัดครึ่งลงไป ทัมโปะจะดูดซับเอาความหวานจากน้ำซุปไก่และผักในนาเบะ ถ้าได้ทานในหน้าหนาวคือแบบบบบ ฟินไม่ไหววววว

อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん)


อินานิวะอุด้ง (稲庭うどん) เป็นเมนูที่หากมาถึงที่อาคิตะแล้วต้องทานให้ได้ เพราะเป็น 1 ใน 3 อุด้งที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดเด่นคือขนาดเส้นจะเล็กกว่าเส้นอุด้งทั่วไป

ร้านนี้มีอินานิวะอุด้งที่มีแกงรสชาติไทยอย่างแกงเขียวหวานและแกงเผ็ดด้วย แม้อาจจะไม่เผ็ดเท่าต้นตำรับที่ไทยแต่ว่าก็เข้มข้นเข้ากับตัวเส้นสุดๆ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์จะมีซอสมาให้ 2 อย่างคือ ซอสโชยุและซอสมิโซะงา ถ้ากินสลับกันก็จะได้รสชาติที่อร่อยแตกต่างกันไป แค่ดูคุณมะม่วงซูดเส้นก็อยากจะไปลองทานซักครั้งบ้างแล้ว

คลายเหนื่อยกันที่ออนเซ็นของอาคิตะ

คุณมะม่วงพามาผ่อนคลายกันที่ นิวโตออนเซ็น (乳頭温泉) หรือ หมู่บ้านออนเซ็นสีน้ำนม ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮาจิมังโต ภายในมีด้วยกันถึง 7 ออนเซ็น!! หากใครอยากแช่ให้ครบก็สามารถซื้อตั๋ว “Yumeguri-Cho” เพื่อใช้เข้าออนเซ็นหมดทั้ง 7 ที่ได้

สึรุโนะยุ ออนเซ็น (鶴の湯温泉)


ที่แรกสุดที่คุณมะม่วงพาเราไปคือ สึรุโนะยุออนเซ็น (鶴の湯温泉) ที่แปลไทยได้ว่า ออนเซ็นแห่งนกกระเรียน ที่ได้ชื่อนี้ เพราะมีเรื่องเล่าว่าเคยมีคนเห็นนกกระเรียนมารักษาบาดแผลของตัวเองที่นี่ ออนเซ็นที่นี่เป็นแบบบ่อรวม แต่ถ้าสาวๆ คนไหนเขิน ที่นี่ก็มีบ่อแยกสำหรับผู้หญิงด้วย น้ำออนเซ็นที่นี่เป็นสีขาว บางคนก็เรียกว่า บิจินโนะยุ (น้ำพุร้อนสาวงาม) เพราะว่าเมื่อแช่ไปแล้วผิวจะนุ่ม และช่วยรักษาบาดแผลด้วยแร่ธาตุจากน้ำพุร้อนอีกด้วย

ทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ (田沢湖高原の湯) และ นิวโตโนะยุ (乳頭の湯)

ที่โรงแรมคิวคามุระ เราสามารถแช่ออนเซ็นฟินๆ ได้ที่ ทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ (田沢湖高原の湯) จุดเด่นของที่นี่คือเมื่อแช่แล้วผิวจะสวยและขาวขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่แช่เลย ได้ยินแบบนี้แล้วใครอยากมีผิวสวยๆ แบบคนญี่ปุ่น ต้องลองมาแช่ซักครั้งให้ได้นะคะ นอกจากทาซาวาโกะ โคเกนโนะยุ แล้ว ยังมีนิวโตโนะยุ (乳頭の湯) ที่ฟินไม่แพ้กันเลย คุณมะม่วงบอกว่าแค่แช่ก็รู้สึกเลยว่าผิวกายนุ่มลื่นขึ้น

ที่จังหวัดอาคิตะมีมาสคอตสุดเท่อย่าง นามะฮาเกะ (なまはけ) ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องจังหวัดและอวยพรให้พืชผลงอกงามอุดมสมบูรณ์ นามะฮาเกะมีทั้งเพศหญิงและชาย หากเป็นผู้ชายจะใส่หน้ากากสีแดงแบบนี้ ส่วนผู้หญิงจะใส่หน้ากากสีน้ำเงิน

เที่ยวจังหวัดมิยางิไปกับ “สาวแซ่บและอปลุง” จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกซาโอะ

หมู่บ้านสุนัขจิ้งจอกแห่งนี้มีสุนัขจิ้งจอกอยู่ประมาณ 100 ตัว เราจะได้เห็นสุนัขจิ้งจอกเดินไปมาอย่างใกล้ชิดมากๆ ซึ่งถ้ามาในช่วงฤดูหนาวเจ้าสุนัขจิ้งจอกจะยิ่งขนฟูน่ารักเป็นพิเศษ นอกจากการเดินเล่นดูน้องๆ แล้ว หากใครอยากสัมผัสหรือถ่ายรูปน้องจิ้งจอกก็สามารถทำได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและมีบริการถ่ายรูปให้ด้วย ที่นี่ยังมีจุดที่สามารถให้อาหารจิ้งจอกได้ และหากใครอยากได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านไปก็มีของฝากมากมายให้ได้เลือกซื้อกัน อย่างเช่นตุ๊กตาจิ้งจอกกอดกันในภาพด้านล่างนี้ น่ารักมากเลยใช่ไหมทุกคน

ตลาดเช้าเซ็นได

มาต่อกันที่ ตลาดเช้าเซ็นได ซึ่งเปรียบได้กับครัวของเซ็นไดเลยทีเดียว ที่นี่มีมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นับว่าเป็นตลาดที่เก่าแก่มาก ภายในที่ร้านค้ามากกว่า 70 ร้าน สามารถมาจับจ่ายซื้อผักผลไม้ท้องถิ่น รวมไปถึงเนื้อสัตว์และอาหารทะเลต่างๆ กันได้


อาหารน่าสนใจที่สาวแซ่บและอปลุงพามาชิมคือ “จากะจากะโคร็อกเกะ” เป็นโคร็อกเกะที่ทอดสดใหม่ เมื่อกัดเข้าไปจะได้สัมผัสกรุบกรอบและรสชาติหวานจากมันที่อยู่ข้างใน และยังมี “ซุนดะโมจิ” (すんだ餅) ซุนดะคือถั่วแระ ซึ่งเป็นของกินท้องถิ่นประจำจังหวัดอิวาเตะเลย สัมผัสนุ่มๆ ของโมจิกับซุนดะที่หวานกำลังดีนั้นช่างเข้าแบบสุดๆ นอกจากอิ่มอร่อยที่ตลาดเช้าเซ็นไดแล้ว ที่นี่เรายังสามารถเห็นวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นในอีกรูปแบบได้ด้วยนะ

ของที่ต้องทานหากมาที่จังหวัดมิยางิ!

ซาซะคามาโบโกะ (笹かまぼこ)

มาต่อกันที่ “Kawamachi Terrace Yuriage” ซึ่งเป็นสถานที่เปิดใหม่เมื่อปี 2019 ที่นี่สาวแซ่บและอปลุงพาเราไปที่ร้าน Sasaki ของกินจำหน่าย ซาซะคามาโบโกะ (笹かまぼこ) หรือลูกชิ้นปลาเสียบไม้ ซึ่งเราสามารถลองย่างทานเองได้ด้วย ซึ่งถ้ามาในหน้าหนาวจะฟินมาก เพราะได้พักเหนื่อยนั่งทานของอร่อยอยู่หน้าเตาอุ่นๆ สัมผัสของเจ้าซาซะคามาโบโกะจะหนึบแบบลูกชิ้นปลา มีกลิ่นหอมจากการย่างร้อนๆ ทานไปย่างไปก็ฟินไปเลยสิคะ

Ichiko Milk


อีกร้านที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ “Ichibiko Strawberry cafe” ร้านนี้มีเมนูของหวานที่มีสตรอว์เบอร์รี่เป็นส่วนประกอบมากมาย ซึ่งครั้งนี้สาวแซ่บเลือกเมนู Ichiko Milk หรือนมสดสตรอว์เบอร์รี่มาลองค่ะ

 

ตัดภาพมาที่สตูดิโอฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งสาวแซ่บและอปลุงมาร่วมไลฟ์กับเราด้วยในครั้งนี้ ก็มีมาสคอตประจำจังหวัดมิยางิอย่างน้อง มุซุบิมารุ (むすびまる) โผล่มาทักทายทุกคนด้วย มุซุบิ แปลว่า ข้าวปั้น น้องเลยมีหัวเป็นข้าวปั้นอย่างที่เห็นค่ะ ซึ่งข้าวปั้นเนี่ยเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหารการกินของจังหวัดมิยางิเลยนะ

เที่ยวเมืองเซ็นไดกับ “นัท” จากเพจ No Plan Trip และ “สาวแซ่บและอปลุง” จากเพจ ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น

มาถึงสถานที่สุดท้ายคือเมืองเซ็นได เพื่อนๆ รู้ไหมว่าเราสามารถบินตรงจากไทยมาลงที่เมืองเซ็นไดได้เลยนะ! แถมชาวเมืองเซ็นไดก็น่ารักกับคนไทยมากๆ เพราะถ้าเป็นช่วงที่สถานการณ์ปกติในทุกๆ ปีจะมีจัดเทศกาล Thai Festival ด้วย เป็นอีกเมืองที่ควรปักหมุดมาเที่ยวให้ได้เลยนะ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย Let’s Go!

sendai Umino Mori Aquarium

Nut Sendai Umino Mori Aquarium

นัทได้พาเราทัวร์ Sendai Umino Mori Aquarium กันแบบสดๆ พร้อมกับไกด์ญี่ปุ่น ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโทโฮคุ ภายในมีการจำลองโลกใต้ท้องทะเลที่จังหวัดมิยางิ มีตู้ปลาขนาดใหญ่ยักษ์ และมีการจำลองการเลี้ยงหอยนางรมให้ชมด้วยเนื่องจากเมืองเซ็นไดมีชื่อเสียงเรื่องหอยนางรมมากๆ นอกจากนี้ยังมีลานโชว์ปลาโลมา และมีชินอานาโกะ หรือปลาไหลทะเลตัวจิ๋ว เป็นสัตว์ทะเลน่ารักที่เด็กๆ ชื่นชอบและถูกนำไปทำตุ๊กตาที่นัทถือพาทัวร์ในครั้งนี้ด้วย ใครที่ชอบอควาเรียมอาจจะไม่ต้องไปที่จังหวัดโอกินาว่าที่เดียวก็ได้ เพราะอควาเรียมของเซ็นไดก็อลังการไม่แพ้กันเลยค่ะ

Nut Sendai

สวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเซ็นได JR Fruits Sandai ARAHAMA

KKJ JR Fruit Park
สถานที่ต่อไปในเซ็นได สาวแซ่บและอปลุงพาเราไปเก็บสตรอว์เบอร์รี่ที่ JR Fruits Sandai ARAHAMA สวนผลไม้ที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือนมีนาคม 2021 ที่ผ่านมานี้เอง สตรอว์เบอร์รี่ของที่นี่มีถึง 4 สายพันธุ์ แต่จะมี 2 สายพันธุ์ที่ต้องลองให้ได้คือ “พันธุ์นิโกะนิโกะ” และ “พันธุ์โมอิกโกะ” เพราะเป็น 2 สายพันธุ์ที่โดดเด่นของจังหวัดมิยางินั่นเอง


หลังจากที่เก็บผลไม้เสร็จแล้วก็สามารถมานั่งพักได้ที่ “คาเฟ่เลอ ปอม” (Les Pommes) ที่นี่มีเมนูสตรอว์เบอร์รี่พาเฟ่ต์ที่อัดแน่นด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดๆ จากฟาร์ม ใครชอบสตรอว์เบอร์รี่ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด!


นอกจากนี้ยังมี “ร้านของฝากอาราฮามะ มาร์เช่” (Arahama Marche) ที่จำหน่ายของฝากต่างๆ เช่น เครื่องปรุงรสต่างๆ, DATECHA ขนมช็อกโกแลตชาเขียวที่ด้านในเป็นสตรอว์เบอร์รี่ลูกโต เป็นต้น และสำหรับใครที่อยากซื้อสตรอว์เบอร์รี่กลับไปฝากหรือเป็นสายขี้เกียจเดินเก็บในฟาร์มเอง (ฮา) สามารถเลือกซื้อสตรอว์เบอร์รี่สายพันธุ์นิโกะนิโกะที่แพ็กใส่กล่องไว้อย่างเรียบร้อยกลับบ้านไปได้เลย

สายเนื้อต้องห้ามพลาดกับของเด็ดเมืองเซ็นได!

ลิ้นวัว


สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อวัว หากพูดถึงอาหารที่ขึ้นชื่อของเซ็นไดก็ต้องไม่พลาด “ลิ้นวัว” หรือ “กิวตัน (牛タン)” เพราะลิ้นวัวของที่นี่ขึ้นจนเป็นที่รู้กันไปทั่วประเทศเลยทีเดียว ครั้งนี้สาวแซ่บกับอปลุงพาพวกเราไปที่ร้าน “Steak House Iseya” และลองสั่งชุดอาหารที่มีทั้งเนื้อและลิ้นวัวของเซ็นไดมาลิ้มลอง ซึ่งวัวที่ใช้เป็น “พันธุ์คุโระเกะวากิว” (วัวสายพันธุ์ขนดำ) เมื่อทานเข้าไปแล้วทั้งคู่บอกว่าลิ้นวัวนุ่มมาก และมีไขมันของเนื้อแทรกอยู่ในทุกอนู อร่อยมากทุกคำเลยล่ะ

KKJ Gyutan

ออนเซ็นฟินๆ ของเมืองเซ็นได

อะคิอุออนเซ็น (秋保温泉)


มาที่สถานที่สุดท้ายของเมืองเซ็นไดคือ อะคิอุออนเซ็น (秋保温泉) ซึ่งเป็นออนเซ็นที่ดังมากในเมืองเซ็นไดและมีประวัติยาวนานถึง 1,500 ปี ว่ากันว่าท่านไดเมียว “ดาเตะ มาซามูเนะ” ก็เคยมาแช่ออนเซ็นที่นี่ด้วย!

หุบเขาไรไรเคียว (磊々峡)

KKJ Rairaikyoนอกจากออนเซ็นที่ดีแล้ว ที่เซ็นไดก็ยังมี หุบเขาไรไรเคียว (磊々峡) ที่มีวิวสุดอลังการแบบต้องไปชมด้วยตาของตัวเองสักครั้ง โดยหนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่คือ “หลุมรูปหัวใจ” ที่สามารถมาขอพรเรื่องความรักได้

ที่นี่ยังมี “โรงแรมเซ็นได อะคิอุ ออนเซ็น ซะกัง” ให้ทุกคนมาพักผ่อนกับบรรยากาศโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นและคลายความเมื่อยล้าตลอดทั้งวันในออนเซ็นของโรงแรม ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและมีกลิ่นหอมจากไม้สนฮิโนกิอีกด้วย

KKJ Sendai Akiu Hot Spring

ก็จบกันไปแล้วกับ 2 จังหวัด กับอีก 1 เมือง ที่น่าท่องเที่ยวในญี่ปุ่น เป็นไงบ้างคะทุกคน อยากลองไปดูบ้างหรือยังคะ แต่สถานที่เที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุยังไม่หมดเพียงเท่านี้นะคะ พบกันต่อใน EP.3 กับอีก 2 จังหวัดสุดท้ายคือจังหวัดฟุกุชิม่าและจังหวัดยามากาตะในภูมิภาคโทโฮคุค่า  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ชมความสนุกแบบจัดเต็มในไลฟ์กันได้ที่นี่!

10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่คนรักสัตว์ไม่ควรพลาด!

10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น
10 สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น

มีใครมั้ยคะที่ชอบสัตว์มากๆ และอยากลองไปเที่ยวญี่ปุ่นในสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินตาใจไปกับบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ได้ 10 บทความนี้ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นที่คนรักสัตว์ไม่ควรพลาด ไปแล้วรับรองว่าฟินแน่นอน

Ainoshima จังหวัดฟุคุโอกะ

 

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ขอแนะนำเหล่าทาสแมวทั้งหลาย ถ้าได้มารับรองกรี๊ดด้วยความฟินแน่นอน เพราะไอโนะชิมะมีน้องเหมียวอยู่รอบเกาะกว่า 100 ตัว! แมวที่นี่อยู่กันอย่างอิสระเสรีมากๆ มีทั้งที่เดินอาบแดด นอนกลิ้งหลับปุ๋ย นั่งเหม่อมองชาวประชง เหมาะสำหรับทาสแมวที่ไม่อยากเห็นน้อนๆ มองตาแป๋วผ่านกรงขังหรือต้องเลี้ยงแบบปิด ถึงจะเล่นกับน้องได้แต่ที่นี่ห้ามนักท่องเที่ยวให้อาหารแมวค่ะ เพราะฉะนั้นใครมีโอกาสได้ไปเยือนก็อย่าลืมระมัดระวังในจุดนี้กันด้วยนะ

ด้วยความที่เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็กและอยู่ติดทะเลทำให้เหมาะกับการเดินเล่นรอบเกาะเพื่อสัมผัสกับบรรยากาศอันแสนสงบห่างไกลผู้คน ใครอยากมาเที่ยวชิลๆ เดินเล่นรับลม และมีอาหารตาเป็นเหล่าน้องแมวสุดน่ารักไม่ควรพลาดค่ะ

Tashirojima จังหวัดมิยางิ

 

เป็นอีกหนึ่งเกาะที่เต็มไปด้วยกองทัพแมวเหมียวสุดน่ารัก มีเยอะขนาดที่ว่ามากกว่าคนบนเกาะซะอีก ส่วนสาเหตุที่มีน้องแมวเยอะมากขนาดนี้ต้องเท้าความไปตั้งแต่สมัยเอโดะที่ผู้คนบนเกาะยังเพาะพันธุ์ตัวไหม เพื่อไม่ให้หนูมากินตัวไหมจึงนิยมเลี้ยงแมวเพื่อไล่หนู ไปๆ มาๆ จึงมีมากกว่าคนบนเกาะซะอีก

Tashirojima เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Manga island เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคมจะจัดอาร์ตเวิร์คพิเศษเกี่ยวกับแมวเหมียวจากนักเขียนการ์ตูนชื่อดัง นอกจากนี้บนเกาะยังมีแคมป์รีสอร์ตธีมการ์ตูนลักษณะคล้ายแมว เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่รักแมวมากๆ และยังเป็นสวรรค์ของเหล่าทาสแมวอีกด้วย

Okunoshima จังหวัดฮิโรชิมะ

 

สำหรับใครที่ชอบน้องกระต่ายขนปุยนุ่มนิ่มต้องที่เกาะนี้เลย เพราะมีกระต่ายป่ากว่า 1,000 ตัวบนเกาะให้ได้ฟินกันสุดๆ

ถึงแม้ว่าตอนนี้บนเกาะจะมีบรรยากาศแสนสงบสุข ทว่าในอดีตกลับมีประวัติศาสตร์อันน่ากลัว ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่นี่เคยเป็นสถานที่ผลิตอาวุธเคมีอย่างแก๊สพิษ (mustard gas) ซึ่งเป็นสิ่งที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมาย บนเกาะจึงมีพิพิธภัณฑ์แก๊สพิษโอคุโนะชิมะ (大久野島毒ガス資料館) เพื่อให้คนรุ่นหลังสามารถเรียนรู้ถึงความโหดร้ายของสงครามและตระหนักถึงความสงบสุขอันแสนมีค่าในปัจจุบัน

Itsukushima จังหวัดฮิโรชิมะ

 

Itsukushima หรือเกาะที่รู้จักกันในชื่อเกาะมิยะ เกาะศาลเจ้า เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากและได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ถ้าพูดถึงศาลเจ้าที่มีโทริอิสีแดงลอยอยู่บนทะเลก็น่าจะมีใครหลายคนพอนึกออกอยู่ใช่มั้ยคะ นั่นก็คืออิซึคุชิมะแห่งนี้นี่เอง

นอกจากนั้นยังมีไฮไลต์เด็ดอีกอย่างที่นี่คือสามารถเจอกวางป่าได้ค่ะ! พอลงจากเรือเฟอร์รี่มาเหยียบเกาะแห่งนี้ปุ๊บ น้อนๆ กวางป่าก็จะมาคอยต้อนรับอย่างอบอุ่น (ความจริงคือมารอขนมจากนักท่องเที่ยว) แต่เขาบอกว่าไม่ควรให้อาหารกับน้องนะคะ แม้ว่าน้องจะคุ้นกับคนก็จริง แต่ก็ยังมีความเป็นสัตว์ป่า มีโอกาสที่จะพุ่งไปยื้อแย่งอาหารกับคนที่ถือของกินหรือถือถุงกระดาษได้ค่ะ

Nara Park จังหวัดนารา

 

ถ้าพูดถึงกวางในญี่ปุ่น อีกหนึ่งแห่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือสวนสาธารณะนาราที่เขาว่ากันว่ากวางเยอะมากๆ ในพื้นที่มีวัดโทได วัดโคฟุคุและศาลเจ้าคะสุกะไทฉะที่เต็มไปด้วยน้องกวางกว่า 1,500 ตัวเดินเล่นรอบบริเวณอย่างอิสระเสรี ซึ่งน้องเนี่ยนับว่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน อีกทั้งยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายด้วยนะ

นอกจากนี้ที่นี่ยังต่างจากเกาะอิคุซึตรงที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมกวางเซมเบ้ให้น้องกินได้ ขนมกวางเซมเบ้นั้นทำมาจากแป้งสาลีและรำข้าว กำไรส่วนหนึ่งจะนำไปดูแลน้องกวางต่อไปอีกด้วย

Jikokudani Yaen Koen จังหวัดนางาโนะ

 

เชื่อว่าใครหลายๆ คนน่าจะเคยเห็นภาพลิงแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่น ทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน ถ้าอยากมาแชะภาพนั้นด้วยตัวเองต้องมาที่นี่เลย ถึงจะถ่ายรูปได้แต่ขอแนะนำว่าให้อยู่ห่างๆ ไว้ ห้ามจับ และควรซ่อนอาหารให้มิดชิด

น้องลิงญี่ปุ่นปักหลักอยู่ที่หุบเขานี้เป็นเวลาหลายศตวรรษ จนกระทั่งในปี 1964 ที่ Jikokudani Yaen Koen สร้างเสร็จก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตในหน้าหนาว ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นช่วงนั้นและได้อยากได้ภาพถ่ายน่ารักๆ ของน้องลิงแช่น้ำที่มีฉากหลังเป็นทิวทัศน์หิมะอันงดงามก็อย่าลืมเพิ่มสถานที่นี้เข้าลิสต์นะ

Nasu Animal Kingdom จังหวัดโทจิงิ

 

 

นอกจากจะเห็นภาพลิงแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นได้ ก็สามารถเห็นภาพคาปิบาราแช่ออนเซ็นได้เหมือนกัน! สวนสัตว์เปิดแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองออนเซ็นจังหวัดโทจิงิซึ่งสามารถพบกับเหล่าหนูยักษ์คาปิบาราสุดน่ารักที่กำลังเดินไปมา ว่ายน้ำ กระทั่งแช่ออนเซ็นในหน้าหนาวได้ อีกทั้งยังสามารถซื้ออาหารให้น้องได้ (เป็นอาหารสำหรับคาปิบารา ราคา 100 เยน) แตะตัวน้องก็ได้เหมือนกัน

หลังจากเพลิดเพลินไปกับคาปิบารา ยังสามารถขี่อูฐ ขี่ม้า ขี่จิงโจ้ ให้อาหารแกะ และดูโชว์นกต่างๆ มากมายที่โซนฟาร์มของที่นี่ได้เช่นกัน

Nasu Alpaca Farm จังหวัดโทจิงิ


ฟาร์มอัลปาก้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นกว่า 1 แสนตารางเมตรซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของอัลปาก้าจำนวน 300 ตัว ด้วยลักษณะพื้นที่ที่เป็นที่ราบสูงสุดกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อนหรือในสภาพอากาศแบบไหน น้อนอัลปาก้าก็อยู่กันได้แบบสุขกายสบายใจ

ที่นี่สามารถให้อาหารน้องได้ เอ็นดูหรือถูกตาต้องใจตัวไหนก็สามารถไปเดินเล่นด้วยได้ (10 นาที 500 เยน) เรียกได้ว่าเหมาะกับคนที่ชอบอัลปาก้าแบบสุดๆ อีกทั้งในหนึ่งปีก็สามารถเพลิดเพลินไปกับน้องๆ ได้ทุกช่วงเวลาไม่ซ้ำแบบ เพราะขนน้องในแต่ละฤดูกาลนั้นไม่เหมือนกัน (ได้ยินมาว่าต้นฤดูใบไม้ผลิขนน้องจะนุ่มฟูที่สุดด้วยนะ)

Tsukuba Wan Wan Land จังหวัดอิบารากิ


สถานที่ของเหล่าทาสแมวผ่านไปแล้ว ส่วนใครทีมน้องหมา หรือชอบทั้งสองแบบก็ขอเชิญมาทางนี้! ทสึคุบะวันวันแลนด์เต็มไปด้วยน้องหมากว่า 90 สายพันธุ์ รวมไปถึงน้องหมาชิบะและน้องหมาอาคิตะรวมๆ กันแล้วกว่า 500 ตัว เหมาะกับคนที่ชอบสุนัขมาก เพลิดเพลินกันให้หนำใจไปข้าง

เราสามารถน้วยน้องหมาที่ถูกใจ และสามารถไปเดินเล่นกับน้องได้ (20 นาที 1,000 เยน) นอกจากจะมีโชว์น้องหมาให้ได้ชมความน่ารักแสนรู้อย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีบ้านน้องแมวแถวนี้อีกด้วย นี่มันสวรรค์สำหรับคนรักหมารักแมวชัดๆ เลย

Fuji Safari Park จังหวัดชิสุโอกะ


หากใครชอบสัตว์ตัวใหญ่ๆ อย่างเช่นยีราฟ ช้าง ม้า เสือ สิงโต และอยากสัมผัสประสบการณ์ผจญภัยไปกับสัตว์ป่าต้องขอแนะนำ Fuji Safari Park ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ เป็นสวนสัตว์ที่มีพื้นที่กว้างมาก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่กว่า 70 ชนิด รวมๆ กันกว่า 900 ตัว

นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถของซาฟารี นั่งรถบัส เดินเล่น (ในช่วงมีนาคมถึงพฤศจิกายน) รอบๆ ซาฟารีเพื่อดูสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดได้ ลูกหลานท่านใดที่กลัวสัตว์ตัวใหญ่ๆ ที่นี่ก็มีฟาร์มสัตว์น่ารักอย่างคาปิบารา จิงโจ้ แพนด้าแดงที่คุณหนูๆ และผู้ปกครองเพลิดเพลินกันได้อย่างหายห่วง

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับ 10 สถานที่ที่แนะนำมาในบทความนี้ หวังว่าจะมีสักหนึ่งที่ที่ถูกใจคนรักสัตว์นะคะ เปิดประเทศเมื่อไหร่ก็ลองแวะไปแชะภาพน้อนๆ สุดน่ารักได้นะ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Tokyo 2020 เปิดบัญชีทางการบนแอปฯ TikTok

tokyoเปิดบัญชีทางการบนแอปแล้วน่ะ

tokyoเปิดบัญชีทางการบนแอปแล้วน่ะ

tokyoเปิดบัญชีทางการบนแอปแล้วน่ะ

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา Tokyo 2020 หรือคณะกรรมการโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ประกาศเปิดตัวบัญชีทางการบนแอปพลิเคชันโซเชียลสำหรับแชร์วิดีโอสั้น ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่าง “TikTok” ซึ่งจะมีการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 รวมถึงแชร์คลิปวิดีโอของเหล่านักกีฬาและกองเชียร์ผ่านบัญชีทางดังกล่าวอีกด้วย

โดยคลิปวิดีโอแรกที่ได้ทำการอัปเดตเป็นคลิปที่มีมาสคอตประจำการแข่งขัน Miraitowa และ Someity เต้นประกอบจังหวะเพลงร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและเหล่าครีเอเตอร์ชื่อดังบน TikTok (ได้แก่ Ryu Tricks/Pafo King/Shun/Chousen Tsutsukeru Usagi) ซึ่งน่าจับตามองหลังจากนี้ว่า อาจจะมีคลิปวิดีโอสร้างสรรค์ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 เข้าถึงกลุ่มเด็กวัยรุ่นและคนทั่วไปได้ง่ายยิ่งขึ้น   

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา Tokyo 2020 หรือคณะกรรมการโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 ประกาศเปิดตัวบัญชีทางการบนแอปพลิเคชันโซเชียลสำหรับแชร์วิดีโอสั้น ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่าง “TikTok” ซึ่งจะมีการนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ เกี่ยวกับการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 รวมถึงแชร์คลิปวิดีโอของเหล่านักกีฬาและกองเชียร์ผ่านบัญชีทางดังกล่าวอีกด้วย

โดยคลิปวิดีโอแรกที่ได้ทำการอัปเดตเป็นคลิปที่มีมาสคอตประจำการแข่งขัน Miraitowa และ Someity เต้นประกอบจังหวะเพลงร่วมกับกลุ่มนักศึกษาและเหล่าครีเอเตอร์ชื่อดังบน TikTok (ได้แก่ Ryu Tricks/Pafo King/Shun/Chousen Tsutsukeru Usagi) ซึ่งน่าจับตามองหลังจากนี้ว่า อาจจะมีคลิปวิดีโอสร้างสรรค์ที่ทำให้การแข่งขันโตเกียวโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 เข้าถึงกลุ่มเด็กวัยรุ่นและคนทั่วไปได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

 
 
 
 

เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง

เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง

เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาสถาบันการเงินในญี่ปุ่นได้เปิดให้มีการแลกเหรีญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

@abc_sakana เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิเร่ิมให้แลกได้ตั้งแต่วันนี้แล้วแนะนำเลย เท่ห์มากๆ

ตัวเหรียญถูกออกแบบให้มีลวดลายพิเศษด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปบัลลังก์จักรพรรดิ (高御座;Takamikura) ส่วนด้านหลัง ตรงกลางคือดอกเบญจมาศตราประจำราชวงศ์ญี่ปุ่น (菊花紋章;kikkamonshō), ซ้ายคือ Catalpa (Azusa;梓) สัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ขวาคือ กุหลาบญี่ปุ่น (ハマナス;Hamanasu) สัญลักษณ์ของจักรพรรดินี โดยเหรียญที่ระลึกนี้ผลิตจำนวน 5 ล้านเหรียญ ประชาชนสามารถไปแลกได้แล้วที่สถาบันการเงินทั่วประเทศญี่ปุ่น จำกัดให้แลกได้คนละ 2 เหรียญ

วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมาสถาบันการเงินในญี่ปุ่นได้เปิดให้มีการแลกเหรีญ 500 เยนที่ระลึกเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ

 

@abc_sakana เหรียญ 500 เยนที่ระลึกเฉลิมฉลองขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดิเร่ิมให้แลกได้ตั้งแต่วันนี้แล้วแนะนำเลย เท่ห์มากๆ

ตัวเหรียญถูกออกแบบให้มีลวดลายพิเศษด้านหน้าของเหรียญเป็นรูปบัลลังก์จักรพรรดิ (高御座;Takamikura) ส่วนด้านหลัง ตรงกลางคือดอกเบญจมาศตราประจำราชวงศ์ญี่ปุ่น (菊花紋章;kikkamonshō), ซ้ายคือ Catalpa (Azusa;梓) สัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ขวาคือ กุหลาบญี่ปุ่น (ハマナス;Hamanasu) สัญลักษณ์ของจักรพรรดินี โดยเหรียญที่ระลึกนี้ผลิตจำนวน 5 ล้านเหรียญ ประชาชนสามารถไปแลกได้แล้วที่สถาบันการเงินทั่วประเทศญี่ปุ่น จำกัดให้แลกได้คนละ 2 เหรียญ

 

ที่มา: Minitry of Finance, Japan, Twitter@abc_sakana

 
Tweet
 

สล็อตเว็บตรง

PS5 เปิดตัวเว็บไซต์ทางการแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลเครื่อง !!

PS5 เปิดตัวเว็บไซต์ทางการแล้ว

PS5 เปิดตัวเว็บไซต์ทางการแล้ว

PS5 เปิดตัวเว็บไซต์ทางการแล้ว

หลังจากที่ทาง Sony ปล่อยข่าวเกี่ยวกับเครื่องเกม Play Station 5 (PS5) ออกมาหลายระลอก รวมถึงได้มีการเปิดตัวโลโก้ของ PS5 เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ว่ายังไม่มีความชัดเจนเรื่องเวลาจำหน่ายสักที จนกระทั่งในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ทาง Sony Interactive Entertainment (SIE) ได้เปิดตัวเว็บไซต์ทางการของเครื่องเกม ดังกล่าวในเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยในเว็บไซต์ไม่ได้มีการการเปิดเผยข้อมูลใหม่ มีแต่เพียงข้อมูลแจ้งว่า “มีแผนจะลงข้อมูลการจำหน่ายในช่วงปลายปี 2020”

ในเว็บไซต์ทางการ ได้มีการเตรียมการลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลทางอีเมล เช่น ข้อมูลของสินค้าตัวใหม่อย่าง PS5 ข้อมูลสินค้า การบริการ แคมเปญ และรายชื่อเกมที่จะวางจำหน่ายรวมถึงอีเว้นท์ต่าง ๆ เป็นต้น

สำหรับ PS5 มาพร้อมกับเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิเช่น SSD ที่ช่วยลดเวลาในการโหลดกับตัวเครื่องด้วยเทคโนโลยี Haptic touch ที่จะเปลี่ยนวิธีการสั่นสะเทือนของตัวควบคุม และ Adapter ที่สามารถปรับเปลี่ยนความแน่นของการกดปุ่ม L2 / R2 รวมถึงออดิโอ 3D เทคโนโลยีเสียงเพื่อเพิ่มความเพลิดเพลินให้มากยิ่งขึ้น

 

ตอนนี้คอเกมทั้งหลาย หลังจากรอคอยข่าวของเครื่อง PS5 มานาน ในปีนี้อาจจะได้ทราบวันจำหน่ายที่แน่นอนแล้วนะคะ แต่ว่าจะเป็นวันไหนนั้น ต้องรอทาง Sony ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง…

สรุปข้อมูลจาก itmedia
ผู้เขียน KOKATETA
*ภาพในบทความเป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น ไม่ใช่ภาพผลิตภัณฑ์จริง  สล็อตเว็บตรง

มาดูกัน เหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก!

เหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก

เหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก

เหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก

เหตุผลที่ทำให้ญี่ปุ่นติดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก

ประเทศญี่ปุ่นติดอันดับ 3 ของประเทศที่ดีที่สุดในโลก World’s Best Country Ranking 2020 Edition โดยนิตยสาร US News & World Report โดยรายการนี้เป็นรายการที่น่าเชื่อถือและการจัดอันดับโดยองค์ประกอบในทุกแง่มุมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ถึงแม้สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศญี่ปุ่นจะมีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจซบเซาจากไวรัสโควิด-19 ก็ตาม อะไรกันที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นติดอันดับสามในการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดของโลก มาดูถึงเหตุผลที่ได้รับเลือกกันค่ะ

การจัดอันดับประกอบด้วยเหตุผลย่อยดังต่อไปนี้

องค์ประกอบที่เสริมในเรื่องตั้งตัว, สิทธิของพลเมือง, อิทธิพลทางวัฒนธรรม, การเป็นผู้ประกอบการ (ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ), ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม, แรงจูงใจ (พลังและแรงผลักดันในการเอาชนะปัญหาเศรษฐกิจ), เปิดกว้างทางธุรกิจ, อิทธิพลโดยรวมและคุณภาพชีวิต ในสัดส่วนที่ได้คะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี จากนี้จะเป็นการอ้างอิงว่าทำไมเหตุผลเหล่านี้ถึงส่งผลต่ออันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลกอย่างประเทศญี่ปุ่น

ความง่ายในการเริ่มต้นธุรกิจได้อันดับ 2


สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นง่ายในการเริ่มต้นธุรกิจ โดยคะแนนอยู่ที่ 93.5 เป็นคะแนนที่สูงมาก เป็นผลจากการปฏิรูปรูปแบบการทำงาน และจำนวนคนที่เริ่มต้นธุรกิจมีเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัทที่ออกมาตั้งธุรกิจเอง วัยกลางคนและผู้สูงอายุก็หวังใช้ธุรกิจส่วนตัวเป็นอาชีพหลังเกษียณ แม้แต่แม่บ้านที่เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านและผู้สูงอายุ ก็อยากเริ่มธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ดูเหมือนว่าความคิดเหล่านี้มาจากการที่สภาพแวดล้อมเอื้อที่อยากจะเริ่มทำธุรกิจหรือง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจ

แรงจูงใจและแรงผลักดันในการเอาชนะความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อันดับที่ 5


สาเหตุที่แรงจูงใจติดอันดับ 5 เป็นเพราะว่า ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยวัดจากขนาด GDP (2019) และการฟื้นตัวจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ก็เป็นปัจจัยใหญ่ของการวิเคราะห์ครั้งนี้ เบื้องหลังการกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นคือความสามารถทางเทคโนโลยี โดยญี่ปุ่นมีโรงผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถทางเทคโนโลยีขั้นสูงอีกด้วย

อิทธิพลทางวัฒนธรรมได้อันดับที่ 6


สาเหตุที่อิทธิพลทางวัฒนธรรมมาเป็นอันดับ 6 น่าจะเป็นเพราะวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมของโลก เช่น มังงะหรืออนิเมชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากทั่วโลก จึงถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดการสร้างผลงานหรือทีมงานที่มีความสามารถยอดเยี่ยม

อิทธิพลโดยรวมได้อันดับที่ 7


เหตุผลคือ ญี่ปุ่นให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (ODA) กับประเทศกำลังพัฒนามาหลายปีแล้ว และด้านความมั่นคงจากการจัดอันดับอำนาจทางทหารโลก ถึงแม้จะเป็นเพียงกองกำลังป้องกันตนเองก็ได้ถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก ในปี 2020 ด้วยเหตุผลสนับสนุนเหล่านี้จึงทำให้ญี่ปุ่นได้การยอมรับว่าเป็นประเทศที่มีอิทธิพลอย่างมากแห่งหนึ่งของโลก

 


เพื่อที่จะรักษาตำแหน่งประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประเทศญี่ปุ่นจำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ในการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดในโลก ประเทศญี่ปุ่นได้รับได้รับการประเมินในอันดับที่สูงทั้งในเรื่องความสะดวกในการเริ่มต้นธุรกิจ อำนาจทางเศรษฐกิจ อิทธิพลทางวัฒนธรรม และอิทธิพลโดยรวม แต่ในทางกลับกันคะแนนด้านคุณภาพชีวิตยังได้อันดับที่ไม่น่าพึงพอใจ ดังนั้นญี่ปุ่นจะต้องยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทั้งประเทศให้สัมพันธ์กับด้านอื่นๆ เพื่อที่จะคงอันดับประเทศที่ดีของโลกต่อไปได้ เรียกว่าเป็นความท้าทายที่ไม่สิ้นสุดของประเทศญี่ปุ่น แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศผู้ถือเป็นบุคคลสำคัญที่นำพาประเทศญี่ปุ่นมาถึงจุดความสำเร็จที่หลายประเทศให้การยอมรับ  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

Standard Products by DAISO ร้านขายสินค้าราคากลางๆ แต่คุณภาพระดับพรีเมี่ยม

ร้านขายสินค้าราคากลางคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยจ้า

ร้านขายสินค้าราคากลางคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยจ้า

ร้านขายสินค้าราคากลางคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยจ้า

 

ร้านขายสินค้าราคากลางคุณภาพระดับพรีเมี่ยมเลยจ้า

ไดโซะ (DAISO) ร้านขายสินค้าราคาประหยัดชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัวร้าน Standard products by DAISO ซึ่งเป็นร้านขายสินค้าที่เน้นจำหน่ายของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวความคิดที่ว่า “พัฒนาสินค้าให้ดี เพื่อให้ผู้บริโภคแฮปปี้ยิ่งกว่าเดิม” โดยได้เปิดทำการสาขาแรกที่ Shibuya Mark City เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา

สินค้าราคากลางๆ ประมาณ 300 เยน

Standard Products ไม่ใช่ร้านขายสินค้าราคา 100 เยน เหมือนที่เราคุ้นเคย แต่คือร้านขายสินค้ารูปแบบใหม่ที่จะตอบสนองความต้องการใช้สินค้าที่มีคุณภาพของผู้บริโภคซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยราคาสินค้าภายในร้านโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 300 เยน (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 330 เยน)

สำหรับสินค้าภายในร้านมีจำนวนมากถึง 1,300 รายการด้วยกัน และเป็นสินค้าที่วางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Standard Products ทั้งหมด โดยจุดเด่นของสินค้าภายในร้านคือ ทั้งรูปทรงและสีสันล้วนได้รับการออกแบบให้ดูเรียบง่ายกลมกลืนกัน และที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตัวอย่างสินค้าที่มีจำหน่าย เช่น กล่องเก็บของสำหรับตั้งในห้องนั่งเล่น ภาชนะเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร หรือสินค้าแฟชั่นอย่างเช่น กระเป๋าผ้า tote bag ก็มีจำหน่ายเช่นกัน

ตัวอย่างภาชนะใส่อาหารที่ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย และปราศจากฐานรองด้านล่างภาชนะ เมื่อนำมาวางซ้อนกันทำให้ดูสวยงามไปอีกแบบ มีให้เลือกหลายราคา แต่โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 300 เยน (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 330 เยน)

ช้อนส้อมที่ผลิตจากเมืองสึบาเมะ จังหวัดนีงะตะ รูปทรงเรียบง่าย สะดวกต่อการหยิบจับ ราคาคู่ละ 300 เยน (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 330 เยน)

คู่แข่งตัวฉกาจของร้าน MUJI ?

ผู้ใช้ Twitter บางรายได้แสดงความเห็นว่า รูปแบบสินค้าและบรรยากาศในร้านดูคล้ายกับร้าน MUJI เป็นอย่างมาก แต่ราคาสินค้าภายในร้านส่วนใหญ่กลับอยู่ที่ประมาณ 300 เยน เท่านั้น นี่มันเกิดมาเพื่อฆ่าร้าน MUJI ชัดๆ ! แต่อย่างไรก็ดี การเลือกซื้อสินค้าก็เป็นอิสระของผู้บริโภคใช่ไหมล่ะ บางทีผู้บริโภคอาจจะหันมาลองซื้อสินค้าของร้าน Standard products มากขึ้น หรืออาจจะยังเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้าของร้าน MUJI เหมือนเดิมก็ได้ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นล่ะก็ ลองซื้อสินค้าของร้าน Standard products มาใช้ แล้วมารีวิวให้เพื่อนๆ ท่านอื่นฟังบ้างนะ ^_^<

UFABET เว็บตรง

เกาหลีใต้กับปัญหาเรื่องน้ำทิ้งจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

เกาหลีปัญหาเรื่องน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะญี่ปุ่น

เกาหลีปัญหาเรื่องน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะญี่ปุ่น

เกาหลีปัญหาเรื่องน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะญี่ปุ่น

เกาหลีปัญหาเรื่องน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะญี่ปุ่น

เรื่องของความขัดแย้งระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนี่มันไปได้ทุกมิติจริงๆ นะครับ ล่าสุดมีประเด็นสิ่งแวดล้อมเสียด้วย คราวนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้ง (ที่ผ่านการบำบัดแล้ว) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งลงสู่มหาสมุทร จะเป็นอย่างไรนั้นขอเชิญอ่านครับ

รัฐบาลเกาหลีได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นจัดการหารือทวิภาคีครั้งใหม่เกี่ยวกับการปล่อยน้ำทิ้ง จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งลงสู่มหาสมุทร ซึ่งในวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมานั้นทราบมาว่า ฝ่ายญี่ปุ่นกำลังพิจารณารับเรื่องตรงนี้ ซึ่งคาดว่าสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและพลังงานของกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น จะเข้าร่วมการหารือในครั้งนี้ด้วย

กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้แถลงต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมว่า “เรากำลังพิจารณาที่จะจัดการเจรจาทวิภาคีเพื่อแสดงจุดยืนของเกาหลีและรับข้อมูลเพิ่มเติม” รัฐบาลเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวนโดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเกาหลีใต้เป็นประเทศสมาชิกด้วย

เรื่องนี้มีที่มาอย่างไร?

เรื่องนี้มาจากการที่ว่าทางเมืองเจจู (済州) ของเกาหลีใต้นั้น ได้ส่งจดหมายแสดงความกังวลต่อเมืองในญี่ปุ่น 4 เมืองที่มีความสัมพันธ์ฉันมิตรกันมา เกี่ยวกับประเด็นที่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้ง (ที่ผ่านการบำบัด) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ในจดหมายฉบับดังกล่าว นายอันดงอู (安東佑) นายกเทศมนตรีเมืองเจจูได้กล่าวว่า “หาก (น้ำที่ปนเปื้อน) ถูกปล่อยออกมา มันจะก่อให้เกิดผลสะเทือนต่อทั้งชาวประมงเจจู ชาวประมงญี่ปุ่น และสิ่งมีชีวิตในทะเลของโลกด้วย” แถมยังหยอดท้ายแสดงความห่วงใยถึงความสัมพันธ์ฉันมิตรต่อเมืองวากายามะ เขตอาราคาวะกรุงโตเกียว เมืองเบ็ปปุ จังหวัดโออิตะ และเมืองซันดะ จังหวัดเฮียวโกะว่า “จากความไว้วางใจและมิตรภาพที่เราได้สร้างขึ้นมาตลอดหลายปี เราจะทำงานร่วมกับรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อปกป้องความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในชุมชนระหว่างประเทศ เราต้องการให้ท่านช่วยสนับสนุนการตัดสินใจที่ยากลำบาก”

พูดฟังดูดีมาก แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชาวประมงท้องถิ่นเมืองเจจูได้ยื่นฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่นกับบริษัทพลังไฟฟ้าโตเกียว (TEPCO) เจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่ง โดยเรียกร้องให้ระงับการยอมให้ปล่อยน้ำทิ้ง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 20 เมษายน มีรายงานว่านักศึกษามหาวิทยาลัยเกาหลี 34 คนได้ออกมาประท้วงที่หน้าสถานทูตญี่ปุ่นในกรุงโซล เรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้ง

แต่ทว่า ย้อนไปยังเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คณะทำงานของกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลเกาหลี เช่น กระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ ยังเคยออกเอกสารรายงานว่า “(สารกัมมันตภาพรังสีทริเทียม) ที่ได้ถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทรนั้น แม้ว่ามันจะมาถึงเขตน่านน้ำของเกาหลีใต้ในอีกหลายปีให้หลัง ระหว่างที่มันเดินทางมา มันจะแตกกระจายและถูกทำให้เจือจาง จึงไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ”

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่ผ่านมา สมาคมพลังงานปรมาณูแห่งเกาหลีใต้ได้แถลงข้อคิดเห็นของตนว่า แม้ว่าน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วทั้งหมดที่เก็บกักไว้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะจะถูกปล่อยออกมาเป็นเวลาหนึ่งปีก็ตาม “ปริมาณการสัมผัสของคนเกาหลีนั้นอยู่ในระดับที่ไม่ต้องเอามาเป็นข้อกังวลก็ได้ ผลกระทบก็มีน้อยมากๆ”

….ตกลงน้ำทิ้งที่ปล่อยจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ หรือเกาหลีหาเรื่องสร้างกระแส? โปรดอ่านต่อไปครับ

อย่างไรก็ดี แม้นักวิชาการจะมีความเห็นดังกล่าว รัฐบาลเกาหลีใต้ได้คัดค้านการที่รัฐบาลญี่ปุ่นยอมให้มีการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่มหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายมุนซองฮยอก รัฐมนตรีกระทรวงมหาสมุทรและการประมงของเกาหลีใต้ ได้ส่งจดหมายไปยังองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อขอความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) โดยเรียกร้องว่า “ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่เป็นผู้นำในการอภิปรายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทางทะเล ข้าฯ อยากให้เลขาธิการพิจารณาทำงานร่วมกับ IAEA ในเรื่องการบำบัดน้ำเสียของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะด้วยวิธีการที่เป็นที่ยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศ”

….ตกลงท่านไม่เชื่อรายงานทางวิชาการของนักวิชาการในประเทศของท่านเอง?

น้ำเสียที่ถูกบำบัดและกักเก็บไว้ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะหมายเลขหนึ่งนั้น มีสารกัมมันตรังสี “ทริเทียม” ปนอยู่ประมาณ 860 ล้านล้านเบกเคอเรล รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจว่า จะปล่อยนำ้ทิ้งในระยะเวลาหลายสิบปีจากนี้ โดยทุกปีจะทำให้เจือจางมากที่สุดอยู่ที่ 22 ล้านล้านเบกเคอเรล

หันมาดูอีกด้าน เกาหลีใต้เคยปล่อยน้ำเสียที่มีสารกัมมันตรังสีถึง 50 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โกริ (古里) ลงมหาสมุทร แถมน้ำเสียที่มีสารกัมมันตรังสี 25 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์วอลซอง (月城) เมื่อปี 2018 ถามว่า น้ำเสียจากใครทำลายสิ่งแวดล้อมกว่ากัน?

ระหว่างน้ำทิ้งมีสารกัมมันตรังสี 22 ล้านล้านเบกเคอเรลที่มาจากที่ไกลออกไป 1,300 กม. (จังหวัดฟุกุชิมะ) กับ 25 ล้านล้านเบกเคอเรลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใกล้แค่ 300 กม. (เมืองวอลซอง) ท่านนายกฯ เมืองเจจูควรจะกังวลกับอะไรมากกว่ากันครับ?

เกาหลีปัญหาเรื่องน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะญี่ปุ่น

ผู้เขียนไม่ใช่ทั้งคนเกาหลีใต้และคนญี่ปุ่น แต่อยากจะบอกว่า นักการเมืองเกาหลีใต้น่ะ อย่าโหนกระแสเกาะกระแสแอนตี้ญี่ปุ่นให้มากนักเลยครับ เอานักวิชาการเขาว่าดีกว่าไหมครับ?  UFABET เว็บตรง

เหรียญรางวัล Olympic Tokyo 2020 เหรียญรีไซเคิลแห่งความภาคภูมิใจของชาวญี่ปุ่น

เหรียญรางวัล Olympic Tokyo 2020

เหรียญรางวัล Olympic Tokyo 2020

เหรียญรางวัล Olympic Tokyo 2020

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านคงกำลังติดตามการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 กันอยู่ใช่ไหมครับ ตอนที่เราได้เห็นนักกีฬาทีมชาติไทยขึ้นรับเหรียญรางวัล ไม่ว่าจะเป็นเหรียญทอง เหรียญเงิน หรือเหรียญทองแดง มันก็คงเป็นช่วงเวลาที่ทั้งตัวนักกีฬาเองและคนไทยทั้งประเทศต่างก็รู้สึกภาคภูมิใจไปพร้อมกันๆ แต่เพื่อนๆ รู้ไหมครับว่าเหรียญรางวัลแห่งความภาคภูมิใจที่บรรดานักกีฬาชาติต่างๆ จะได้รับจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ ผลิตขึ้นมาด้วยกระบวนการใด และใช้อะไรเป็นวัตถุดิบในการผลิต วันนี้เราจะไปหาคำตอบนั้นกันครับ

เหรียญที่ผลิตขึ้นมาด้วยกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์

เหรียญรางวัลที่จะมอบให้กับนักกีฬาที่คว้าชัยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในครั้งนี้ ผลิตขึ้นมาจากกระบวนการรีไซเคิลภายใต้โครงการที่ชื่อว่า “เหรียญรางวัลจากเหมืองกองขยะอิเล็กทรอนิกส์” โดยประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในครั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 จนถึงเดือนมีนาคม 2019 ด้วยวิธีการรวบรวมซากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้งานแล้ว จากนั้นก็ส่งมอบให้กับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ ดำเนินการแกะแยกชิ้นส่วนเพื่อคัดเลือกเฉพาะส่วนที่เป็นโลหะ จากนั้นก็นำไปเข้าสู่กระบวนการผลิตเหรียญรางวัลที่จะมอบให้กับนักกีฬาต่อไป

เนื่องจากโครงการเหรียญรางวัลจากเหมืองกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัทต่างๆ รวมทั้งเหล่าบรรดานักกีฬา นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการ และประชาชนจำนวนมาก จึงทำให้โครงการดังกล่าวดำเนินไปอย่างราบรื่นและประสบความเร็จเป็นอย่างดี โดยสามารถรวบรวมโลหะที่จำเป็นต้องใช้ในการผลิตเหรียญรางวัลทั้งเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง รวมทั้งหมดจำนวน 5,000 เหรียญ ได้ทันตามกำหนดระยะเวลาของโครงการ

โดยสรุปแล้ว หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถรวบรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กได้ถึง 78,985 ตัน บริษัท NTT docomo (บริษัทค่ายโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น) สามารถรวบรวมโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้งานแล้วได้ถึง 6,210,000 เครื่อง และทั้งหมดสามารถสกัดเป็นทองได้ประมาณ 32 กิโลกรัม เงิน 3,500 กิโลกรัม และทองแดง 2,200 กิโลกรัม

อยากผลักดันให้มีโครงการเช่นนี้ต่อไป

คุโรดะ ทาเคชิ ประธานบริษัท ReNet Japan หนึ่งในบริษัทที่รับหน้าที่เป็นแม่งานในการดำเนินโครงการเหรียญรางวัลจากเหมืองกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะจัดโครงการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์นี้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกครั้งต่อๆ ไป ดังนั้น ในปี 2019 ที่ผ่านมา คุโรดะ จึงตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2024 เพื่อนำเสนอโครงการดังกล่าวต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกของประเทศฝรั่งเศส และเนื่องจากปัจจุบันประเทศในทวีปยุโรปกำลังตระหนักและให้ความสนใจเกี่ยวกับการรีไซเคิลซากขยะต่างๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงทำให้โครงการที่คุโรดะนำเสนอนั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

คุโรดะ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ความสำเร็จของชาวญี่ปุ่นที่สามารถรีไซเคิลซากขยะอิเล็กทรอนิกส์จนกลายเป็นเหรียญรางวัลที่สง่างามในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกในครั้งนี้ จะต้องกลายเป็นความภาคภูมิใจของคนทั่วโลกอย่างแน่นอน”

คอนเซ็ปต์ของการออกแบบเหรียญรางวัลโอลิมปิก

เหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะของแสงสว่างที่ส่องประกายราวกับกำลังเจียระไนหินแร่ ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการขัดเกลาฝีมือของนักกีฬา เกียรติและศักดิ์ศรีของนักกีฬา รวมถึงเหล่าผู้คนที่คอยให้กำลังใจนักกีฬาอยู่รอบๆ และยังเป็นแสงสว่างที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกันอีกด้วย นอกจากนี้ ยังแฝงความปรารถนาที่อยากให้ผู้คนทั่วโลกร่วมกันยกย่องเชิดชูเหล่าบรรดานักกีฬาที่ต่อสู้กันอย่างเหน็ดเหนื่อยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้

ด้านหน้าเหรียญ
ด้านหน้าเหรียญ

ด้านหน้าของเหรียญสลักรูปเทพีไนกี (เทพีแห่งชัยชนะตามความเชื่อในตำนานเทพกรีกโบราณ) ซึ่งยืนอยู่ในสนามกีฬา Panathenaic Stadium (สนามกีฬาของประเทศกรีซที่ใช้จัดโอลิมปิกครั้งแรก) รูปห้าห่วงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และคำว่า Olympic Tokyo 2020 ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้เอาไว้ด้วย เพราะตามกฎของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ได้กำหนดให้ต้องมีรูปเทพีไนกี รูปสัญลักษณ์ห้าห่วง และชื่อเรียกทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปีนั้นๆ ปรากฏอยู่บนเหรียญรางวัลด้วยนั่นเอง

ด้านหลังเหรียญ
ด้านหลังเหรียญ

ส่วนด้านหลังของเหรียญรางวัลเป็นผลงานการออกแบบของคุณคะวะนิชิ จุนอิจิ ซึ่งเป็นผู้ผ่านการคัดเลือกจากการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดการออกแบบเหรียญรางวัลโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่นจัดขึ้น

ลวดลายสายคล้องและกล่องเก็บเหรียญรางวัลโอลิมปิก

 

ลวดลายบนสายคล้องเหรียญรางวัลโอลิมปิกซึ่งถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งการยกย่องเชิดชูเกียรติและศักดิ์ศรีของนักกีฬานั้น มีต้นแบบมาจากตราสัญลักษณ์ของโอลิมปิก โตเกียว 2020 ซึ่งมีชื่อเรียกว่าคุมิอิจิมัตสึมง (組市松紋) และยังถูกตกแต่งด้วยสีแดงและสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020

นอกจากนี้ ตัวสายคล้องเหรียญยังได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถรู้ลำดับของเหรียญรางวัลได้ด้วยการใช้มือสัมผัสรอยนูนที่ทำไว้บนสายคล้องเหรียญ โดยเหรียญทองจะมี 1 รอยนูน เหรียญเงินจะมี 2 รอยนูน และ เหรียญทองแดงจะมี 3 รอยนูน

สำหรับกล่องเก็บเหรียญรางวัลโอลิมปิกนั้น ผลิตขึ้นมาจากไม้ต้นแอชของประเทศญี่ปุ่น และย้อมด้วยสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีแห่งท้องฟ้าและทะเลที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผ่านการออกแบบและประกอบอย่างประณีตด้วยเทคนิคขั้นสูงของช่างไม้ชาวญี่ปุ่น ส่วนฝาปิดจะเป็นระบบแม่เหล็กจึงสามารถปิดกับตัวกล่องได้อย่างแนบสนิท นอกจากนี้ ตัวกล่องยังถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เป็นฐานตั้งโชว์เหรียญรางวัลได้ด้วย

สล็อตเว็บตรง